หลักฐานอันอัศจรรย์ของพระคัมภีร์


ตัวอักษร อาเลฟ (א) และ เทาฟ์ (ת)
อัลฟา (
A) และ โอเมกา ()

"ในเริ่มแรกนั้นพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดินโลก " (ปฐมกาล 1:1)

"ในเริ่มแรกนั้นพระวาทะทรงเป็นอยู่แล้ว และพระวาทะทรงอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า ในเริ่มแรกนั้นพระองค์นั้นทรงอยู่กับพระเจ้าพระองค์ทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมา และในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระองค์ ... พระวาทะได้ทรงสภาพของเนื้อหนัง และทรงอยู่ท่ามกลางเรา (และเราทั้งหลายได้เห็นสง่าราศีของพระองค์ คือสง่าราศีอันสมกับพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระบิดา) บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง " (ยอห์น 1:1-3, 14)

"องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสว่า 'เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและเป็นอวสาน ผู้ทรงเป็นอยู่เดี๋ยวนี้ ผู้ได้ทรงเป็นอยู่ในกาลก่อน ผู้จะเสด็จมานั้น และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด '" (วิวรณ์ 1:8)

ในภาษาฮีบรูไม่ได้อ่านเหมือนภาษาไทยจากด้านขวามาทางซ้าย แต่อ่านจากด้านซ้ายมาทางขวา ตัวอย่างจากปฐมกาล 1:1 ดังต่อไปนี้

         

ภาษาฮีีบรูมี 22 ตัวอักษร ตัวอักษรแรกเป็น อาเลฟ (א) และ ตัวอักษรสุดท้ายเป็น เทาฟ์ (ת) อาเลฟ และ เทาฟ์ออกเสียงว่า "เอท" อาเลฟ และ เทาฟ์ เป็น "พระวาทะ" ที่พูดถึงในยอห์น 1:1 คือพระเยซูคริสต์นั่นเอง พระคัมภีร์เดิมมี 39 เล่มเขียนขึ้นเป็็็นภาษาฮีบรู และพระคัมภีร์ใหม่ 27 เล่ม เขียนขึ้นเป็นภาษากรีก ตัวอักษร อัลฟาและโอเมกา เป็นตัวอักษรแรกและตัวสุดท้ายเหมือน อาเลฟ และ เทาฟ์

ตัวอย่างปฐมกาล 1:1 ในภาษาฮีบรูซึ่ง อยู่ด้านบน สังเกตว่ามีเจ็ดคำในข้อนี้ และคำที่สี่ที่อยู่ตรงกลางเป็น "เอท" สะกดโดย อาเลฟ และ เทาฟ์ อีกอย่างที่อยากจะให้้สังเกตคือคันประทีปเจ็ดกิ่งอยู่ใต้ปฐมกาล 1:1 ที่อยู่ด้านบน ในสมัยโมเสสพระเจ้าออกแบบและสั่งให้โมเสสสร้างพลับพลาและเครื่องต่างๆที่ใช้ในพลับพลา (อพยพ 25) เครื่องประดับของพระเจ้าอันหนึ่งในพลับพลาคือคันประทีปนั้น ซึ่งเรียกในภาษาฮีบรูว่า "มโนราห์" บน มโนราห์ มีตะเกียงเจ็ดอัน และอันตรงกลางเป็นอันที่ใช้จุดไฟอีกหกตะเกียงนั้น ในพระคัมภีร์เลขเจ็ดหมายถึงความสมบูรณ์ และเลขหก หมายถึงมนุษย์ พระเยซูคือแสงสว่างของโลก (ยอห์น 1:4, 8:12, 12:46) และ มนุษย์ที่กลับใจเชื่อในพระเยซูคริสต์ได้รับแสงจากพระองค์ (มัทธิว 5:14) เราเห็นชัดเจนว่าพระเจ้า ให้มีมโนราห์ในข้อแรกของพระคัมภีร์ ต่อไปเราจะเห็นมโนราห์ในทำนองนี้ที่พระคัมภีร์พูดถึงด้วย

มโนราห์ในโทราห์

ห้าเล่มแรกของพระคัมภีร์เรียกว่าพระราชบัญญัติ คือ 1) ปฐมกาล 2) อพยพ 3) เลวีนิติ 4) กันดารวิถี และ 5) พระราชบัญญัติ เราสามารถเห็นใน พระคัมภีร์ภาษาฮีบรูในปฐมกาล 1:1-5 ถ้าเรานับทุกห้าสิบตัวอักษร เริ่มนับจาก เทาฟ์ อันแรก สะกดออก คำว่า "โทราห์"   คำว่า "โทราห์" หมายความว่า "กฎหมาย" หรือ "พระราชบัญญัติ" ในภาษาฮีบรู ตัวอักษรแรกคือ "เทาฟ์" (ת) ต่อไป "วาฟ" (ו) ต่อไป "เรช" (ר) และตัวสุดท้าย "แฮ" (ה) ขอให้พิจารณา ปฐมกาล 1:1-5 ภาษาฮีบรูจากทางด้านซ้ายและจะเห็นจากการนับทุกห้าสิบตัวอักษรที่กล่าวถึง สิ่งที่น่าดูมากกว่านั้นก็คือ อพยพ กันดารวิถีี และ พระราชบัญญัติ นับแบบเดียวกัน และได้คำว่า "โทราห์" เช่นเดียวกัน อพยพ และ กันดารวิถี นับทุกห้าสิบตัวอักษร แต่ พระราชบัญญัติ นับทุกสี่สิบเก้าตัวอักษร (7x7=49) อีกอย่างหนึ่งที่แตกต่างก็คือ กันดารวิถี และ พระราชบัญญัติ นับถอยหลัง หมายความว่า เริ่มกับ "แฮ" (ה) ต่อไป "เรช" (ר) ต่อไป "วาฟ" (ו) และตัวสุดท้าย "ทาฟ" (ת) แต่ที่แตกต่างมาก คือเล่มตรงกลาง ก็คือ เลวีนิติ ซึ่งไม่มีคำว่า "โทราห์" แต่มีอีกคำหนึ่ง คือคำว่า "ยะโฮวาห์" และไม่ได้นับสี่สิบเก้า หรือห้าสิบตัวอักษร แต่นับแค่แปดตัวอักษร พระยะโฮวาห์เป็นชื่อขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่ง สะกดดังนี้ "โยด" (י) ตัวต่อไป "แฮ" (ה) ต่อไป "วาฟ" (ו) และตัวสุดท้าย "แฮ" (ה) ทั้งคำว่ายะโฮวาห์เขียนจากด้านขวามาด้านซ้ายดังนี้ יהוה ดูภาพตัวอย่างของ יהוה ด้านบนทางขวา จากภาพด้านล่างจะเห็นว่ามี มโนราห์ในโทราห์ โดยโทราห์ชี้ให้ไปหาพระยะโฮวาห์

הרות > הרות > יהוה < תורה < תורה

"ก็ยังรู้ว่าไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมได้โดยการกระทำตามพระราชบัญญัติ แต่โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น ถึงเราเองก็มีความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อในพระคริสต์ ไม่ใช่โดยการกระทำตามพระราชบัญญัติ เพราะว่าโดยการกระทำตามพระราชบัญญัติ นั้น �ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นคนชอบธรรมได้เลย�" (กาลาเทีย 2:16)

"บัดนี้ เรารู้แล้วว่าพระราชบัญญัติทุกข้อที่ได้กล่าวนั้น ก็ได้กล่าวแก่คนเหล่านั้นที่อยู่ใต้พระราชบัญญัติเพื่อปิดปากทุกคน และเพื่อให้มนุษย์ทุกคนในโลกมีความผิดจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเนื้อหนังคนหนึ่งคนใดเป็นผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าได้โดยการประพฤติตามพระราชบัญญัติ เพราะว่าโดยพระราชบัญญัตินั้นเราจึงรู้จักบาปได้ แต่บัดนี้ได้ปรากฏแล้วว่าความชอบธรรมของพระเจ้านั้นปรากฏนอกเหนือพระราชบัญญัติ ซึ่งพระราชบัญญัติกับพวกศาสดาพยากรณ์เป็นพยานอยู่ คือความชอบธรรมของพระเจ้าซึ่งทรงประทานโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์สำหรับทุกคนและแก่ทุกคนที่เชื่อ เพราะว่าคนทั้งหลายไม่ต่างกัน เหตุว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากสง่าราศีของพระเจ้าแต่พระเจ้าทรงพระกรุณาให้เราเป็นผู้ชอบธรรม โดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นบาปแล้ว พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา โดยความเชื่อในพระโลหิตของพระองค์ เพื่อสำแดงให้เห็นความชอบธรรมของพระองค์ในการที่พระเจ้าได้ทรงอดกลั้นพระทัย และทรงยกบาปที่ได้ทำไปแล้วนั้น " (โรม 3:19-25)

ตัวอักษรภาษาฮีบรูู

ในวงกลมข้างล่างมี 22 ตัวอักษรภาษาฮีบรู บนสุดสีขาวมี เทาฟ์ กับ อาเลฟ ถ้านับจาก อาเลฟ ทางซ้ายจะเห็นทั้ง 22 ตัวอักษรจบด้วย เทาฟ์ ซึ่งอยู่ด้านบนด้วย 2 ตัวอักษรด้านล่างเป็น คาฟ และ ลาเมด ซึ่งสะกดคำว่า "โคล์" (כל) แปลว่า "ทุกสิ่งทุกอย่าง" เพราะพระเยซูคริสต์สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง อีกอย่างสองตัวอักษรเริ่มจาก อาเลฟ และตัวอักษรถัดไปทางซ้ายคือ เบธ ภาษาฮีบรููู สะกดว่า "อับ" (אב) ซึ่งแปลว่า บิดาหรือ พระบิดา ที่พระเยซูคริสต์เป็น อาเลฟ และ เทาฟ์ และได้สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง และพระเยซูคริสต์อยู่กับพระเจ้าคือ "อับ" ซึ่งตรงกับพระคัมภีร์ยอห์น 1:1-3

"ในเริ่มแรกนั้นพระวาทะทรงเป็นอยู่แล้ว และพระวาทะทรงอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า ในเริ่มแรกนั้นพระองค์นั้นทรงอยู่กับพระเจ้าพระองค์ทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมา และในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระองค์ " (ยอห์น 1:1-3)



| | | | | |

ถ้าเราคลี่วงกลมออกมาจะเห็นตัวอักษรที่เรียงเป็็นแถว (จำไว้ว่าภาษาฮีบรูอ่านจากด้านขวามาทางซ้าย) อาเลฟ (א) และ เทาฟ์ (ת) อยู่บนสุดเหมือนในภาพวงกลมนั้น ไม่ได้อยู่เริ่มต้นและสุดท้ายแต่อยู่ตรงกลางบนสุด และ คาฟ (כ) และ ลาเมด (ל) (ซึ่งแปลว่าทุกสิ่งทุกอย่าง) อยู่ตรงกลางพอดี ในตัวอักษรภาษาฮีบรูนี้เราสามารถเห็น มโนราห์ ถ้าเรานับตัวอักษรทีละสามตัว ยกเว้นตรงกลางมี อาเลฟ (א) เทาฟ์ (ת) และ คาฟ (כ) ลาเมด (ל) สี่ตัวด้วยกัน ซึ่งหมายถึง พระเยซูคริสต์สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง

ชาร์ทด้านล่างนี้ มีชื่อตัวอักษรภาษาฮีบรูทั้งยี่สิบสองตัว และชาร์ทนี้ให้เห็นว่าตัวอักษรของภาษาฮีบรู ใช้เป็นเลขด้วย ภาษาื่อื่นๆของสมัยโบราณใช้ตัวอักษรของเขาเป็นเลขด้วย ต่อไปจะใช้ตัวอักษรและเลขภาษาฮีบรูเหล่านี้ในบทต่อไป



ลายเซ็นของพระเยซู
ישׁוע
(เยชููููวา หรือ พระเยซูู)

เอ็ดวินเชอร์แมน (Edwin Sherman) นักคณิตศาสตร์มืออาชีพ สงสัยว่าการนับลำดับตัวอักษรในพระคัมภีร์ภาษาฮีบรูููููจริงหรือไม่จริง คือการหา "ลำดับตัวอักษรมีระยะเท่ากัน" (Equidistance Letter Sequencing หรือ ELS) เราเห็นแล้วในห้าเล่มแรกของพระคัมภีร์คือพระราชบัญญัติว่าในเริ่มต้นของแต่ละเล่ม ถ้านับ 50, 49 หรือ 8 ตัวอักษรในเริ่มต้นแต่ละเล่ม จะสะกดคำว่า โทราห์ หรือ พระเยโฮวาห์ เหตุฉะนั้น ELS เป็นจริงแน่นอน แต่ว่าในเชอร์แมนในราวๆปี 2004 ยังสงสัยอยู่ เหตุฉะนั้นเขาเริ่มต้นโครงการที่จะพยายามที่จะพิสูจน์และแสดงว่า ELS เป็นสิ่งหลอกลวง เชอร์แมนสร้างซอฟต์แวร์เองและเริ่มต้นการวิเคราะห์ข้อความจากฉบับแมโซเรทิกภาษาฮีบรูพันธสัญญาเดิม แทนที่จะพิสูจน์ ELS ไม่จริงเขากลับเชื่อว่าเป็นความจริงแน่นอน เขาพบตัวอย่างมากมายของข้อความที่อยู่ภายใต้พื้นผิวของข้อความในพระคัมภีร์ ซึ่งมักจะคล้ายกับข้อความที่อยู่บนพื้นผิวของพระคัมภีร์ อย่างเช่น เชอร์แมนพบข้อความที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวจำนวนมากในอิสยาห์ 53 ในอิสยาห์ 53 นั้นมี ELS 42ที่ อยู่ใต้พื้นผิวข้อความที่เกี่ยวข้องกับความตาย การฟื้นคืนพระชนม์ และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระเยซู อย่างเช่น "อย่างกับพระองค์ทรงสั่ง ในนามของพระองค์, พระเยซูทรงเป็นทางนั้น " (อิสยาห์ 53:6) "การเป็นขึ้นของพระเยซู, พระองค์ได้เป็นขึ้นจริง " (อิสยาห์ 53:10), และ 40 ข้ออื่นๆ เฉพาะในอิสยาห์ 53

อิสยาห์ 53:6: "เราทุกคนได้เจิ่นไปเหมือนแกะ เราทุกคนต่างได้หันไปตามทางของตนเอง และพระเยโฮวาห์ทรงวางลงบนท่านซึ่งความชั่วช้าของเราทุกคน " (ดูููู ยอห์น 14:1-3, 6)

อิสยาห์ 53:10: "แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป ท่านจะเห็นเชื้อสายของท่าน ท่านจะยืดวันทั้งหลายของท่าน น้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์จะเจริญขึ้นในมือของท่าน " (ดูููู ลูกา 24:34; กิจการ 4:33; 1 เปโตร 1:3, 3:21)

นักวิชาการพระคัมภีร์และผู้เขียน แกรนท์เจฟฟรีย์บอกว่า เยชููููวา (ישׁוע) ซึ่งแปลว่า พระเยซูู เข้ารหัส ELS ในแทบทุกคำพยากรณ์ที่ เกี่ยวกับพระเมสิยาห์ในพันธสัญญาเดิม ที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่สามารถอธิบายว่าทำไมชื่อ เยชููููวา จะปรากฏเข้ารหัสในช่วงที่นับ ELS ระยะสั้นๆภายในคำพยากรณ์ที่เกี่ยวกับพระเมสิยาห์ทั่วพันธสัญญาเดิม

คำเตือน มีบางคนที่พยายามหาคำพยากรณ์ใหม่จากการนับ ELS แต่ จะไม่มีอะไรที่อยู่ภายใต้พื้นผิวของพระคัมภีร์ ที่เราควรจะศึกษาที่ไม่ได้อยู่ในข้อความของพระคัมภีร์ เราไม่ควรที่จะเสียเวลาหาคำพยากรณ์ต่างๆแบบนั้น โดยการนับ ELS ELS ใช้เป็นหลักฐานที่ยืนยันความจริงของพระคัมภีร์ นี่สิ่งที่สำคัญของ ELS

ผมได้นับและยืนยัีีีีีนว่า คำภาษาฮีบรูู ישׁוע (เยชููููวา) และคำภาษาฮีบรูอื่นๆ โดยการนับลำดับตัวอักษร วิธีของ ELS ในข้อดังต่อไปนี้ ผมได้ใช้ หนังสือชื่อว่า The Interlinear Bible: Hebrew - Greek - English โดย เจ พี กรีน (J. P. Green) ซึ่งใช้พระคัมภีร์เดิมภาษาฮีบรู ฉบับแมโซเรทิก ในการนับ ถ้าคุณนับคำเหล่านี้เองขอให้อย่าลืมว่าภาษาฮิบรูอ่านจากขวาไปซ้าย แต่บางส่วนของการนับในช่องข้างล่างจะเรียกจากซ้ายไปขวา:

1. ใน ดาเเนียล 9 เริ่มจากข้อ 26 ขึ้นไปในข้อ 25 :

เริ่มต้นในข้อ 26 และนับถอยหลังจากซ้ายไปขวาขึ้นไปในข้อ 25 และนับ 26 ตัวอักษร 3 ครั้ง ที่เริ่มต้นด้วยหลังจากที่โยด (י) อันที่ 8 สะกดได้คำว่า ישוע (เยชูวา) ในดาเเนียล 9:25-26 ที่มี ELS นี้ อ่านว่า :

"เพราะฉะนั้นจงทราบและเข้าใจว่า นับตั้งแต่การที่พระบัญชานั้นออกไปให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ จนถึงสมัยพระเมสสิยาห์ ผู้เป็นประมุขก็เป็นเวลาเจ็ดสัปดาห์และเป็นเวลาหกสิบสองสัปดาห์ และถนนจะถูกสร้างขึ้นพร้อมด้วยกำแพงเมือง แต่ในยุคลำบาก หลังจากหกสิบสองสัปดาห์แล้ว พระเมสสิยาห์ก็จะถูกตัดออก แต่มิใช่เพื่อตัวท่านเอง และประชาชนของประมุขผู้หนึ่งที่จะมานั้นจะทำลายกรุงและสถานบริสุทธิ์เสีย ที่สุดปลายของมันจะมาถึงด้วยน้ำท่วม และจนสงครามสิ้นสุดลงก็มีการรกร้างกำหนดไว้ " (ดาเเนียล 9:25-26; ดููู อิสยาห์ 53:8)

องค์พระเยซูเซ็นชื่ออันบริสุทธิ์ของพระองค์บนข้อที่เข้ากับเรื่องว่าพระองค์เป็น "พระเมสิยาห์" ซึ่งภาษาฮิบรูแปลว่า "พระคริสต์" ในภาษากรีกและทั้งสองหมายถึง "ผู้รับการเจิม"

ขอให้สังเกตว่า เมื่อเราได้นับชื่อ �เยชูวา� (ישׁוע) ใน ELS จะเริ่มต้นในข้อ 26 และขึ้นไปในข้อ 25 เหล่านี้เป็นเพียง 2 ข้อในพันธสัญญาเดิมที่มีคำภาษาฮิบรูแปลว่า "พระเมสสิยาห์" ซึ่งเป็นคำทับศัพท์ �แมสชิแหยช� (משׁיח) อย่างหนึ่งที่น่าสนใจมากในการนับ ELS 26 ตัวอักษรที่ได้สะกด �เยชูวา� (ישׁוע) คือว่า เราได้บอกแล้วว่า ภาษาฮีบรู ใช้เป็นเลขด้วย การดูค่าคำต่างๆของตัวอักษรของภาษาสมัยโบราณ เรียกว่า จีมาทรีอา  (gemateia) เราจำได้ว่าในภาษาฮีบรู คำว่า พระยะโฮวา สะกดอย่างนี้ יהוה ซึ่งเป็นชื่ออันบริสุทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ชื่อของพระองค์มีค่าเท่ากับ 26 ดังต่อไปนี้

יהוה

  10 = י
   5 = ה
   6 = ו
+ 5 = ה
 26

อีกจุดหนึ่งที่เกี่ยวกับพระธรรมตอนนี้ (ดาเนียล 9:25-26) คือว่า ชื่อของพระเยซูอยู่ตรงกลางของหนึ่งในหมู่คำพยากรณ์ที่สำคัญที่สุดในพระคัมภีร์ (ดาเนียล 9:24-26) ที่เกี่ยวกับ
    1) ระยะเวลาที่แม่นยำ "... กำหนดไว้สำหรับชนชาติของท่าน [คนของดาเนียลคือชาวยิว] และนครบริสุทธิ์ของท่าน [เยรูซาเล็ม] เพื่อให้เสร็จสิ้นการละเมิด ให้บาปจบสิ้น และให้ลบความชั่วช้าเพื่อนำความชอบธรรมนิรันดร์เข้ามา เพื่อประทับตราทั้งนิมิตและคำพยากรณ์ไว้ และเพื่อจะเจิมผู้บริสุทธิ์ที่สุด [พระเยซูคริสต์]" (ดาเนียล 9:24);
    2) ในข้อ 24 พูดถึงทั้งหมดมี 70 สัปดาห์แต่ในข้อ 25 พูดถึงแค่ 7 + 62 คือ 69 สัปดาห์   สัปดาห์ ตรงนี้ไม่ได้พูดถึงวัน แต่พูดถึงปี กล่าวว่า "... จงทราบและเข้าใจว่า นับตั้งแต่การที่พระบัญชานั้นออกไปให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ จนถึงสมัยพระเมสสิยาห์ ผู้เป็นประมุขก็เป็นเวลาเจ็ดสัปดาห์และเป็นเวลาหกสิบสองสัปดาห์ และถนนจะถูกสร้างขึ้นพร้อมด้วยกำแพงเมือง แต่ในยุคลำบาก" (ดาเนียล 9:25) เราต้องเริ่ม "นับตั้งแต่การที่พระบัญชานั้นออกไปให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ " พระบัญชานั้นออกไป ในปีก่อนคศ. 445 "ในปีที่ยี่สิบแห่งรัชกาลกษัตริย์อารทาเซอร์ซีส " (เนหะมีย์ 2:1) เมื่อเนหะมีย์ขอไปสร้าง กำแพงเมืองกรุงเยรูซาเล็ม ในเนหะมีย์ 2:7-8 ดังนี้ "... ถ้าเป็นที่พอพระทัยกษัตริย์ ขอทรงโปรดมีพระราชสารให้ข้าพระองค์นำไปถึงผู้ว่าราชการมณฑลฟากแม่น้ำข้างโน้น เพื่อเขาจะได้อนุญาตให้ข้าพระองค์ผ่านไปจนข้าพระองค์จะไปถึงยูดาห์ และพระราชสารถึงอาสาฟเจ้าพนักงานผู้ดูแลป่าไม้หลวง เพื่อเขาจะได้ให้ไม้แก่ข้าพระองค์ เพื่อทำคานประตูพระราชวังของพระนิเวศ และทำกำแพงเมือง และเพื่อทำบ้านที่ข้าพระองค์จะได้เข้าอาศัย กษัตริย์ก็ทรงพระราชทานให้ตามพระหัตถ์อันประเสริฐของพระเจ้าของข้าพเจ้าที่อยู่เหนือข้าพเจ้า " จาก ก่อนคศ. 445 ถึง "กษัตริย์ ... ทรงความชอบธรรมและความรอด " (เศคาริยาห์ 9:9) คือพระเยซูคริสต์มาถึง เวลาที่แม่นยำ คือ 69 สัปดาห์ หรือ 483 ปี (7 x 69 = 483). สัปดาห์ที่เหลือคือ 7 ปีแห่งทุกข์ลำบากที่จะมา (ดาเนียล 9:27)
    3) ที่กรุงเยรูซาเล็มถูกการทำลายใน คศ. 70 ซึ่งดาเนียล 9:26 กล่าวว่า �... ประชาชน [ชาวโรม] ของประมุขผู้หนึ่ง [นายพลทิตัส] ที่จะมานั้นจะทำลายกรุง [เยรูซาเล็ม] และสถานบริสุทธิ์เสีย [วิหาร] ...�

2. ใน เศคาริยาห์ 9 เริ่มจากข้อ 9 ไปถึงข้อ 10 :

เริ่มจาก โยด (י) อันแรก และนับทุก 22 ตัวอักษร สามครั้ง จะสะกดชื่อของพระเยซูคือคำว่า "เยชููููวา" (ישוע) เศคาริยาห์ 9:9 กล่าวว่า

"โอ ธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย จงร่าเริงอย่างยิ่งเถิด โอ บุตรสาวแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย จงโห่ร้อง ดูเถิด กษัตริย์ของเธอเสด็จมาหาเธอ ทรงความชอบธรรมและความรอด พระองค์ทรงอ่อนสุภาพและทรงลา ทรงลูกลา "

มัทธิว 21:1-11 บันทึกไว้ว่าพระเยซูได้ทำคำพยากรณ์นี้สำเร็จแล้ว

"ครั้นพระองค์กับพวกสาวกมาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม ถึงหมู่บ้านเบธฟายี เชิงภูเขามะกอกเทศ แล้วพระเยซูทรงใช้สาวกสองคน ตรัสสั่งเขาว่า 'จงเข้าไปในหมู่บ้านที่อยู่ตรงหน้าท่าน ทันทีท่านจะพบแม่ลาตัวหนึ่งผูกอยู่กับลูกของมัน จงแก้จูงมาให้เรา ถ้ามีผู้ใดว่าอะไรแก่ท่าน ท่านจงว่า �องค์พระผู้เป็นเจ้าต้องพระประสงค์� แล้วเขาจะปล่อยให้มาทันที ' เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้พระวจนะที่ตรัสโดยศาสดาพยากรณ์สำเร็จซึ่งว่า �จงบอกธิดาแห่งศิโยนว่า ดูเถิด กษัตริย์ของเธอเสด็จมาหาเธอ โดยพระทัยอ่อนสุภาพ ทรงแม่ลากับลูกของมัน � สาวกทั้งสองคนนั้นก็ไปทำตามพระเยซูตรัสสั่งเขาไว้ จึงจูงแม่ลากับลูกของมันมา และเอาเสื้อผ้าของตนปูบนหลัง แล้วเขาให้พระองค์ทรงลานั้น ฝูงชนเป็นอันมากได้เอาเสื้อผ้าของตนปูตามถนนหนทาง คนอื่นๆก็ตัดกิ่งไม้มาปูตามถนน ฝ่ายฝูงชนซึ่งเดินไปข้างหน้ากับผู้ที่ตามมาข้างหลังก็พร้อมกันโห่ร้องว่า 'โฮซันนาแก่ราชโอรสของดาวิด �ขอให้พระองค์ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ โฮซันนา � ในที่สูงสุด ' เมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปในกรุงเยรูซาเล็มแล้ว ประชาชนทั่วทั้งกรุงก็พากันแตกตื่นถามว่า 'ท่านผู้นี้เป็นผู้ใด ' ฝูงชนก็ตอบว่า 'นี่คือเยซูศาสดาพยากรณ์ซึ่งมาจากนาซาเร็ธแคว้นกาลิลี '� (ใน มัทธิว 21 บนนี้ในข้อ 5 [ตัวอักษรเข้ม] กำลังอ้างอิง เศคาริยาห์ 9:9 ในข้อเหล่านี้พูดถึงเหตุการณ์เดียวกัน)

ที่พระเยซูเซ็นชื่อใต้คำพยากรณ์โดย ELS นี้ สำคัญมากๆเพราะว่าเศคาริยาห์ 9:9 เชื่อม ดาเเนียล 9:25-26 ที่บอกว่าพระเมสิยาห์จะมาตอนไหน ดาเนียลใช้คำว่า "ประมุข" สำหรับพระเมสิยาห์ใน ดาเเนียล 9:25 และให้เรารู้ถึงวันพระเมสิยาห์จะมา และมัทธิวใช้คำว่า "กษัตริย์ของเธอเสด็จมาหาเธอ" (มัทธิว 21:5) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 483ปี หลังจาก กษัตริย์อารทาเซอร์ซีสในปีก่อน คศ. 445 เมื่ออารทาเซอร์ซีสออกพระบัญชาสร้างกรุงเยรูซาเล็ม (เนหะมีย์ 2:1) ตามคำพยากรณ์ของดาเนียล 483ปี หลังจากก่อน คศ. 445 ให้เรามาถึง วันที่ 10 อาบีบ คศ. 32 ซึ่งเป็นต้นสัปดาห์ (วันอาทิตย์) ตอนที่พระเยซูเข้ากรุงเยรูซาเล็มและเข้าเมืองชาวเมืองร้องว่า "ขอให้พระมหากษัตริย์ผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ ..." (ลูููกา 19:38) วันที่ 10 อาบีบ เป็นวันที่เขาเลือกแกะเพื่อจะถวายปัสกาในวันที่ 14 (อพยพ 12:3) ในวันนั้นทุกอย่างตรงกันพอดีกับอพยพ 12 ดาเนียล 9 เศคาริยาห์ 9 กับ มัทธิว 21 และ ลูกา 19 4 วันต่อมาพระเยซูููููถูููกตรึงที่ไม้กางเขนในวันปัสกา เพื่อบาปของโลก

3. ใน สุภาษิต 30 เริ่มจากข้อ 4 ไปถึงข้อ 7 :

เริ่มจาก โยด (י) ที่แปด ในคำว่า "מי" (ใคร) ในข้อ 4 และนับทุก 22 ตัวอักษร จากขวามาทางซ้าย สะกดคำว่า "ישוע שי" (เยชูวา ใช่) ซึ่งแปลว่า ของประทาน พระเยซู

"ใครเล่าได้ขึ้นไปยังสวรรค์หรือลงมา ใครเล่าได้รวบรวมลมไว้ในกำมือของท่าน ใครเล่าได้เอาเครื่องแต่งกายห่อห้วงน้ำไว้ ใครเล่าได้สถาปนาที่สุดปลายแห่งแผ่นดินโลกไว้ นามของผู้นั้นว่ากระไร และนามบุตรชายของผู้นั้นว่ากระไร ถ้าท่านบอกได้ พระวจนะทุกคำของพระเจ้านั้นก็บริสุทธิ์ พระองค์ทรงเป็นโล่แก่บรรดาผู้ที่วางใจในพระองค์ อย่าเพิ่มอะไรเข้ากับพระวจนะของพระองค์ เกรงว่าพระองค์จะทรงขนาบเจ้า และเขาจะเห็นว่าเจ้าเป็นคนมุสา " (สุภาษิต 30:4-6)

ในข้อความ สุภาษิต 30:4 มีคำถามว่า "นามของผู้นั้นว่ากระไร และนามบุตรชายของผู้นั้นว่ากระไร" และใช้ ELS นับทุก 22 ตัวอักษรได้คำตอบว่า "ของประทาน พระเยซู "

"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ " (ยอห์น 3:16)

"มีหญิงชาวสะมาเรียคนหนึ่งมาตักน้ำ พระเยซูตรัสกับนางว่า ขอน้ำให้เราดื่มบ้าง ... หญิงชาวสะมาเรียทูลพระองค์ว่า ไฉนท่านผู้เป็นยิวจึงขอน้ำดื่มจากดิฉันผู้เป็นหญิงสะมาเรีย เพราะพวกยิวไม่คบหาชาวสะมาเรียเลย พระเยซูตรัสตอบนางว่า ถ้าเจ้าได้รู้จักของประทานของพระเจ้า และรู้จักผู้ที่พูดกับเจ้าว่า ขอน้ำให้เราดื่มบ้าง เจ้าจะได้ขอจากท่านผู้นั้น และท่านผู้นั้นจะให้น้ำประกอบด้วยชีวิตแก่เจ้า ... นางทูลพระองค์ว่า ดิฉันทราบว่าพระเมสสิยาห์ที่เรียกว่า พระคริสต์ จะเสด็จมา เมื่อพระองค์เสด็จมาพระองค์จะทรงชี้แจงทุกสิ่งแก่เรา พระเยซูตรัสกับนางว่า เราที่พูดกับเจ้าคือท่านผู้นั้น " (ยอห์น 4:7, 9-10, 25-26)

"ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้ " (เอเฟซัส 2:8)     "เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานของพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา " (โรม 6:23)

หมายสำคัญบนท้องฟ้า

"พระเจ้าตรัสว่า จงให้มีดวงสว่างบนพื้นฟ้าอากาศเพื่อแยกวันออกจากคืน และเพื่อใช้เป็นหมายสำคัญ และที่กำหนดฤดู วันและปีต่างๆ " (ปฐมกาล 1:14)

"จะมีหมายสำคัญที่ดวงอาทิตย์ ที่ดวงจันทร์ และที่ดวงดาวทั้งปวง และบนแผ่นดินก็จะมีความทุกข์ร้อนตามชาติต่างๆ ซึ่งมีความฉงนสนเท่ห์เพราะเสียงกึกก้องของทะเลและคลื่น ... เมื่อเหตุการณ์ทั้งปวงนี้เริ่มจะบังเกิดขึ้นนั้น จงยืดตัวและผงกศีรษะขึ้น ด้วยการไถ่ท่านใกล้จะถึงแล้ว " (ลูููกา 21:25, 28)

"เราจะสำแดงลางมหัศจรรย์ในท้องฟ้าและบนดิน เป็นเลือดและไฟและเสาควัน ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด ดวงจันทร์เป็นเลือดก่อนวันใหญ่ยิ่งและน่าสยดสยองแห่งพระเยโฮวาห์จะมาถึง" (โยเอล 2:30-31)

"เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่หกนั้นแล้ว ดูเถิด ข้าพเจ้าก็ได้เห็นแผ่นดินไหวใหญ่โต ดวงอาทิตย์ก็กลายเป็นมืดดำดุจผ้ากระสอบขนสัตว์ และดวงจันทร์ก็กลายเป็นสีเลือด " (วิวรณ์ 6:12)

1. เทดเทรด ตรงกับ เทศกาลเลี้ยงของพระเยโฮวาห์ และวันสำคัญของอิสราเอล :

มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่หาชมยากที่เรียกว่า "เทดเทรด" เทดเทรดคือจันทรุปราคาเต็มดวงติดต่อกันสี่ครั้ง เมื่อมีจันทรุปราคาเต็มดวงทำให้ดวงจันทร์กลายเป็็นสีเลือด

เทดเทรดที่ติดต่อกันสี่ครั้งที่จะพููดถึงนี้เกิดขึ้นในเทศกาลของคนยิว ซึ่งบันทึกไว้ใน เลวีนิติ 23 ทั้งหมดมี 7 เทศกาล ดังต่อไปนี้

ปัสกา

วันที่ 14
เดือน นิสาน

ขนมปังไร้เชื้อ

วันที่ 15 - 21
เดือน นิสาน

  ผลอันแรก 

ต้นสัปดาห์ (วันอาทิตย์)
อันแรกหลังจาก ปัสกา

  เพนเทคเต 

7 วันสะบาโตหลังจากผลอันแรก
ในต้นสัปดาห์ (คือ 50 วัน)

  เป่าแตร 

วันที่ 1 ทิชรี่

  วันแห่งการไถ่คืน 

วันที่ 10 ทิชรี่

 อยู่เพิง

15 - 21 ทิชรี่

ในศตวรรษที่ 20 มีเทดเทรด 5 ครั้งเท่านั้น ที่ผ่านมามีเทดเทรด 2 ครั้งที่น่าสนใจ ครั้งแรกเริ่มในปี 1949 และอีกครั้งเริ่มในปี 1967 สิ่งที่พิเศษ เกี่ยวกับเทดเทรด 2 ครั้งนี้ คือ เทดเทรดครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่ออิสราเอลกลับมาเป็นประเทศหลังจากไม่ได้เป็นประเทศ 1,878 ปี และครั้งที่สอง เกิดขึ้นเมื่ออิสราเอลได้กรุงเยรูซาเล็มคืนมา     เมื่ออิสราเอลประกาศกลับมาเป็นประเทศ ในวันที่ 14 พฤษภาคม 1948 ประเทศอิสลามโจมตีเขา (คือ อียิปต์, อิรัก, จอร์แดน, ซีเรีย, ซาอุดีอาระเบีย, เลบานอน, เยเมน, ซูดาน)   สงครามนี้เรียกว่า สงครามของความเป็นอิสระ     และปัสกาอันแรกหลังจากนั้นมีจันทรุปราคาเป็นการเริ่มต้นของเทดเทรด     ต่อมา 19 ปี ในปี 1967 ประเทศอิสลามรอบๆเขาโจมตีเขาอีกครั้ง (คือ อียิปต์, จอร์แดน, ซีเรีย, อิรัก, ซาอุดีอาระเบีย, โมร็อกโก, แอลจีเรีย, ลิเบีย, คูเวต, ตูนิเซีย, ซูดาน, และ กลุ่มผู้ก่อการร้าย PLO)   สงครามนี้เกิดขึ้นใน วันที่ 5 - 10 มิถุนายน เรียกว่าสงคราม 6 วัน สงครามนี้สำคัญมากๆเพราะในตอนนั้นเขาชนะได้เมืองหลวงของเขากลับคืนมาคือ กรุงเยรูซาเล็ม หลังจาก 1,897 ปี ใน 1967 ก่อนสงครามนั้น ในวันปัสกา มีจันทรุปราคาเป็นการเริ่มต้นของเทดเทรด   ดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นในเทศกาลปัสกาอันแรกหลังจากที่เขากลับมาเป็นประเทศ

1949 เมษายน วันที่ 13 จันทรุปราคา #1 ตรงกับเทศกาลปัสกา
1949 ตุลาคม วันที่ 7 จันทรุปราคา #2 ตรงกับเทศกาลอยู่เพิง
1950 เมษายน วันที่ 2 จันทรุปราคา #3 ตรงกับเทศกาลปัสกา
1950 กันยายน วันที่ 26 จันทรุปราคา #4 ตรงกับเทศกาลอยู่เพิง

1967 เมษายน วันที่ 24 จันทรุปราคา #1 ตรงกับเทศกาลปัสกา
1967 ตุลาคม วันที่ 18 จันทรุปราคา #2 ตรงกับเทศกาลอยู่เพิง
1968 เมษายน วันที่ 13 จันทรุปราคา #3 ตรงกับเทศกาลปัสกา
1968 ตุลาคม วันที่ 6 จันทรุปราคา #4 ตรงกับเทศกาลอยู่เพิง

ในปฐมกาล 1:14 บอกว่า "พระเจ้าตรัสว่า จงให้มีดวงสว่างบนพื้นฟ้าอากาศ ... เพื่อใช้เป็นหมายสำคัญและที่กำหนดฤดู ..." คำว่าฤดูตรงนี้ในภาษาฮีบรูแปลคำว่า "เทศกาล" ด้วย   ขึ้นอยู่กับเนื้อเรื่องในพระคัมภีร์ว่าใช้คำไหนในคำแปล   ในปฐมกาล 1:14 ที่พระเจ้า "ให้มีดวงสว่างบนพื้นฟ้าอากาศ" เพื่อใช้เป็นหมายสำคัญ และ เพื่อกำหนดเทศกาล เหตุฉะนั้นเราเห็นว่าที่มีเทดเทรดบนพื้นฟ้าอากาศ และมีเทศกาลพร้อมกันมีความหมายที่สมบรูณ์ของพระเจ้าในปฐมกาล 1:14   หมายสำคัญตรงนี้เล็งถึง 1) ที่อิสราเอลกลับมาเป็นประเทศ และ 2) ที่อิสราเอลได้กรุงเยรูซาเล็มกลับคืนมา พระคัมภีร์พยากรณ์เกี่ยวกับสองสิ่งนี้หลายแห่งในพระคัมภีร์ ขอให้ดูคำพยากรณ์ของพระเจ้าเกี่ยวกับอิสราเอล ดังต่อไปนี้

"พระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์มาอยู่เหนือข้าพเจ้า และพระองค์ทรงนำข้าพเจ้าออกมาด้วยพระวิญญาณของพระเยโฮวาห์ และวางข้าพเจ้าไว้ที่กลางหว่างเขา มีกระดูกเต็มไปหมด พระองค์ทรงพาข้าพเจ้าไปเที่ยวในหมู่กระดูกเหล่านั้น ดูเถิด มีกระดูกที่หว่างเขานั้นมากมายเหลือเกิน และดูเถิด เป็นกระดูกแห้งทีเดียว ... ข้าพเจ้าก็พยากรณ์ดังที่ข้าพเจ้าได้รับบัญชา เมื่อข้าพเจ้าพยากรณ์อยู่นั้นก็มีเสียง และดูเถิด เป็นเสียงกรุกกริก กระดูกเหล่านั้นก็เข้ามาหากันตามที่ของมัน   และเมื่อข้าพเจ้ามองดู ดูเถิด ก็เห็นมีเอ็นบนมัน และเนื้อก็มาที่กระดูก และหนังก็มาหุ้มกระดูกไว้ แต่ไม่มีลมหายใจในนั้น   แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า จงพยากรณ์แก่ลมหายใจ บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงพยากรณ์เถิด จงกล่าวแก่ลมหายใจว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า โอ ลมหายใจเอ๋ย จงมาจากลมทั้งสี่มาหายใจเข้าไปในคนที่ถูกฆ่าเหล่านี้เพื่อให้เขามีชีวิต ... แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้คือวงศ์วานอิสราเอลทั้งสิ้น ดูเถิด เขาทั้งหลายกล่าวว่า กระดูกของเราแห้ง และความหวังของเราก็สิ้นไป เราได้ถูกตัดส่วนของเราออกเสีย " (เอเศเคียล 37:1-2, 7-9, 11; ดู อิสยาห์ 14:1-2; เยเรมีย์ 23:7)

ในมัทธิว 24 พระเยซูพูดถึงต้นมะเดื่อ ซึ่งเล็งถึงประเทศอิสราเอล (โฮเชยา 9:10; เยเรมีย์ 24:1-5; โยเอล 1:6-7)   พระองค์พยากรณ์ว่าชั่วอายุที่เห็นต้นมะเดื่อแตกใบแล้ว คือเมื่ออิสราเอลกลับมาเป็นประเทศจะเป็็็็็็็นยุคสุดท้ายก่อนที่พระองค์จะเสด็็็จกลับมา   แสดงว่าเราอยู่ในยุคสุดท้ายแล้ว   พระเยซููพยากรณ์ดังนี้

"บัดนี้ จงเรียนคำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อ เมื่อกิ่งก้านยังอ่อนและแตกใบแล้ว ท่านก็รู้ว่าฤดูร้อนใกล้จะถึงแล้ว   เช่นนั้นแหละ เมื่อท่านทั้งหลายเห็นสิ่งทั้งปวงนี้ ก็ให้รู้ว่าเหตุการณ์นั้นมาใกล้จะถึงประตูแล้ว   เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปจนกว่าสิ่งทั้งปวงนี้จะสำเร็จ " (มัทธิว 24:32-34)

ที่พระเยซูพยากรณ์ดังนี้ ไม่ได้หมายความว่า เรารู้วันเวลาหรือฤดูที่พระองค์จะกลับมาเพราะว่าพระองค์ได้ตรัสดังนี้ "แต่วันนั้น โมงนั้น ไม่มีใครรู้ ถึงบรรดาทูตสวรรค์ในสวรรค์ก็ไม่รู้ รู้แต่พระบิดาของเราองค์เดียว" (มัทธิว 24:36; 42, 44, 25:13; กิจการ 1:7; 1 เธสะโลนิกา 5:1-2; วิวรณ์ 3:3) พระองค์บอกว่าเราจะไม่รู้ว่าพระองค์จะมาเมื่อไร   เราไม่รู้โมงนั้น เราไม่รู้วันนั้น เราก็ไม่รู้เวลาและวาระนั้นเลย แต่เรารู้ชั่วอายุที่จะได้เห็นพระเยซูเสด็จกลับมา เราอยู่ในชั่วอายุนั้นมา 64ปีแล้ว   ตอนที่พระเยซูมาจะยังมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่อยู่ตอนที่อิสราเอลกลับมาเป็นประเทศ อาจจะ 80ปี (สดุดี 90:10) หรือมากกว่า (ปฐมกาล 6:3) หรือบางทีอาจจะเป็นตอนนี้เลย!!!

ในปี 2014 - 2015 จะมีจันทรุปราคา เทดเทรด อีกครั้งเหมือนตอนที่อิสราเอลกลับมาเป็นประเทศและได้กรุงเยรูซาเล็มกลับคืนมา หลังจาก 2015 จะไม่มีเทดเทรดในวันเทศกาลขององค์พระผู้เป็นเจ้าอีก 567 ปี เกือบแน่นอนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงนี้ที่เกี่ยวกับอิสราเอลอีก สิ่งที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลที่ตรงกับคำพยากรณ์ที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ คือ 1) อิสราเอลได้ประเทศกลับคืนมา (1948), 2) อิสราเอลได้กรุงเยรูููููซาเล็มกลับคืนมา (1967), 3) ตอนนี้เหลือสิ่งเดียวที่คิดออกได้คือ "เวลาทุกข์ใจของยาโคบ" (เยเรมีย์ 30:7) ตามที่พระเยซูพูดถึงด้วยถ้อยคำเหล่านี้ "ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลย " (มัทธิว 24:21; ดู วิวรณ์ 2:22, 17:14; ดาเนียล 12:1)

นอกจากเทดเทรดจะมีสุริยปราคา 2 ครั้งท่ามกลางเทดเทรดนั้นที่จะตกในวันปีใหม่ทั้งสองของอิสราเอล อิสราเอลมีปีใหม่สองครั้ง ครั้งแรกเป็นปีใหม่ (ex 12:1-11; es 3:7)









END NOTES:

1. Henry, John; The Prophetic Passover Fulfilled (English); April 8 2012; LandmarkBibleBaptist.net.